วัดเบญจมบพิตร vs วัดธาตุเชิงชุม: เลือกไปไหนดีสำหรับท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด

โดย สมชาย ศรีรัตน์ · 12 กันยายน 2569

คุณรู้ไหมว่าวัดทั้งสองนี้แตกต่างกันขนาดไหน

ถ้าคุณวางแผนมาเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด แล้วสงสัยว่าจะไปวัดไหนดีในระหว่างนั้น หรือคิดว่าวัดสองแห่งนี้เหมือนกันมาก—ให้หยุดนะครับ พวกมันเป็นสองสถานที่ที่ต่างกันเลยในแบบที่น่าสนใจ ทั้งจากด้านศิลปะ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และแม้แต่ความรู้สึกที่คุณจะได้รับเมื่อเดินเข้าไป

วัดเบญจมบพิตร กับ วัดธาตุเชิงชุม ถ้าไม่เข้าไปสำรวจแล้ว คนส่วนใหญ่อาจจะไม่เห็นความแตกต่างชัดเจน แต่เมื่อคุณยืนตรงนั้นจริงๆ ก็จะตระหนักว่า "อ้อ นี่มันต่างกันจริงๆ นี่" ประเด็นคือ ไม่ใช่ว่าอันไหนดีกว่า แต่ว่าเลือกอันไหนให้ตรงกับสิ่งที่คุณหมายจะหา

วัดเบญจมบพิตร: เสน่ห์ที่เต็มไปด้วยอดีต

วัดเบญจมบพิตร หรือที่คนท้องถิ่นรู้จักกันนั้น ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมพุทธศาสนาในร้อยเอ็ด ปราสาทหลวงที่สร้างมาตั้งแต่สมัยโบราณนี้เต็มไปด้วยเรื่องราว

สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือ สถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะประเพณีไทยกับอิทธิพลอื่นๆ ภายในวัดมีพระพุทธรูปหลากหลายองค์ แต่ละองค์ก็มีเรื่องราวและมูลค่าทางศิลปะของตัวเอง พอคุณเดินไปในอุโบสถ แสงจากหน้าต่างไม้ที่ตัดแบบดั้งเดิมจะโปรยลงมา ทำให้ทั้งพื้นที่เต็มไปด้วยความวิจิตรตรามสงคราม

ที่นี่เหมาะมากถ้าคุณ:

  • อยากศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะพุทธศาสนาไทยอย่างลึกซึ้ง
  • ชอบเก็บภาพถ่ายรายละเอียดสมบูรณ์—ดิหญลวัวของเสาไม้ หรือลายกระเบื้องที่ซ่อมแซมมานานแล้ว
  • ต้องการความสงบ และไม่อยากเจอฝูงนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
  • ยินดีใจจ้อยๆ และคิดว่าการเข้าใจเรื่องราวเก่าๆ นั้นเป็นโอกาสสุดมูลค่า

วัดธาตุเชิงชุม: ความสง่างามของสัปตบด

เลยมาดูอีกข้างหนึ่ง วัดธาตุเชิงชุม ณ ปริวิตร ที่นี่มีจุดเด่นต่างกันชัดๆ แล้ว

สิ่งแรกที่จะดึงดูดความสนใจของคุณคือ สัปตบด (ศาลา 7 เหลี่ยม) ที่สวยงามแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ค่อนข้างหายากในเหนือ ธาตุเชิงชุมเป็นพระอารามสำคัญที่มีบทบาทในการประกาศศาสนาไทยลาวในสมัยก่อน ความเป็น "ศาสตร์สถานแห่งสัตยะ" ของที่นี่ยังเหลือค้างอยู่ใจกลางปริวิตรถึงวันนี้

ลักษณะเฉพาะอีกอย่างคือ การออกแบบพื้นที่ที่ เปิดกว้างและสัมพันธ์กับปล้องรอบโลก ภูมิทัศน์รอบๆ วัดนี้กว้างขวาง สามารถมองเห็นไร่นา ลำคลองอยู่ในระยะไกล ทำให้ที่นี่รู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติมากกว่า

ที่นี่เหมาะมากถ้าคุณ:

  • อยากเห็นสมบัติทางศิลปะเฉพาะไทยลาวที่ไม่เหมือนไหน่เลย
  • ชื่นชมภูมิทัศน์ฟ้าผ่า หนึ่งวิวที่กว้างใจ
  • ต้องการพื้นที่เงียบๆ นั่งอ่านหนังสือหรือแค่ฟังเสียงธรรมชาติ
  • ชอบการเดินเท้าสำรวจพื้นที่กว้างและมีอากาศบริสุทธิ์

เปรียบเทียบด้านสถาปัตยกรรม: การออกแบบทั้งหมดบอกความเป็นของอารามแต่ละแห่ง

นี่คือจุดที่ตั้ง "เรื่องราว" ของอารามทั้งคู่เข้ามา

วัดเบญจมบพิตร ให้ความประทับใจด้วยการออกแบบที่ "รวมศรัทธา" ดูเหมือนว่าได้รับอิทธิพลจากสภาพการค้นหาจริตสูงสุดในวัฒนธรรมศาสนาไทย สถาปัตยกรรมนี้บอกเล่าเรื่องว่าคนสมัยก่อนปลงตัวเข้าไปอย่างไรให้ใจสมบูรณ์ต่อศาสนาแม่น คล้ายๆ กับการเขียนซิมโฟนีที่ออกแบบไว้เพื่อให้คนฟังจิตสำนึก

วัดธาตุเชิงชุม ตรงกันข้ามนิดหน่อย การออกแบบนี้มีลักษณะ "เปิดกว้าง" มากขึ้น เสมือนว่าเป็นการเรียกเชิญให้ผู้เข้ามาลองเข้าถึงความจริงด้วยตัวเองผ่านการมองเห็น ความรู้สึก และการสัมผัส วิถีนี้เสมือนเป็นการสอนผ่านศิลปะ ไม่ใช่การบอกเล่าตรงๆ

ด้านที่เปรียบเทียบ วัดเบญจมบพิตร วัดธาตุเชิงชุม
รูปแบบสถาปัตยกรรม การผสมผสานศิลปะไทยโบราณหลากรูป สัปตบดและศาสตร์สถานแบบดั้งเดิม
สีสันและความหรูหรา สีเข้มจากวัสดุเดิม หรือแบบทำนำในโอกาส สีพื้นของวัสดุธรรมชาติ สงบและนิ่งลึก
บรรยากาศโดยรวม หนักแน่น เต็มไปด้วยเรื่องราว ผ่านหลายๆ มุมมอง เปิดกว้าง เชื่อมต่อกับธรรมชาติ เงียบลึก
ความเหมาะสำหรับรูปภาพ รายละเอียดใกล้ชิด ลายเส้น พื้นผิว ภูมิทัศน์กว้าง ท้องฟ้า แสงตามฤดูกาล
ความเป็นส่วนตัว เงียบๆ แต่มีความเป็นศาสตร์สถาน เงียบมากขึ้น ห่างไกลจากจุดวุ่นวายโลก
ความเหมาะสำหรับผู้เยี่ยมชม ผู้รักศิลปะ ผู้สนใจประวัติศาสตร์ ผู้ชื่นชมธรรมชาติ ผู้ต้องการความสงบ

ด้านประวัติศาสตร์และคุณค่าทางวัฒนธรรม: ทำไมพวกมันถึงสำคัญ

ประวัติศาสตร์นี่คือดีเอ็นเอของพื้นที่ใดๆ และในร้อยเอ็ด พระอารามทั้งสองแห่งนี้เป็นเสมือนหนังสือประวัติที่เปิดอยู่

วัดเบญจมบพิตร มีบทบาทสำคัญในการเก็บรักษามรดกทางศิลปะไทยที่มีอายุนับศตวรรษ บริหารจัดการของที่นี่ผ่านการเปลี่ยนแปลงหลายยุค แต่ก็ยังคงรักษาความเป็นต้นแบบของศิลปะไทยไว้ได้ คนที่เข้ามาศึกษาจะเห็นว่า "ศิลปะไทย" นั่นไม่ใช่สิ่งที่คิดเอามาไปตั้งแต่ยุคแรก แต่เป็นการนำแนวคิดต่างๆ มาสร้างสรรค์อยู่ตลอด

วัดธาตุเชิงชุม กลับเป็นศูนย์กลางของการศึกษาศาสนาและศิลปะทั้งประเทศไทยและลาว ความสำคัญของที่นี่อยู่ในบทบาท "สถานศึกษา" มากกว่า คนรุ่นเก่าๆ ของจังหวัดร้อยเอ็ดกับลาวจำนวนมากที่เรียนศาสนา ศิลปะ หรือแม้แต่จิตรกรรมเขียนหนังสือก็มาศึกษาที่ธาตุเชิงชุม ทำให้ที่นี่มีบทบาทเสมือนวิทยาลัยเก่าแก่ในดินแดนลาว

คำถามสำคัญที่ต้องถามตัวเอง: คุณอยากเข้าใจศิลปะที่สำเร็จแล้ว หรือศาสตร์สถานที่สอนการทำศิลปะนั่นเอง?

จำนวนผู้เยี่ยมชมและปีกบรรยากาศ: ความแน่นสำเร็จของชีวิต

นี่เป็นประเด็นที่คนมักมองข้ามแต่ส่งผลต่อประสบการณ์จริงมาก

วัดเบญจมบพิตร ได้รับผู้เยี่ยมชมค่อนข้างพอประมาณ ถ้าคุณมาในช่วงเย็น หรือตอนเช้าแต่เร็ว คุณอาจจะเจอคนไม่มากมาย ความแน่นของผู้เยี่ยมชมนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและวันพระบ้าง แต่โดยทั่วไปที่นี่ก็ยังเงียบเกินไปสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัด

วัดธาตุเชิงชุม กลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่นี่น้อยกว่า และหลงเหลืออยู่แต่ผู้คนขลังบ้างที่มาเพื่อสวดมนต์หรือขอพร ความพบเจอกับสักหลาดครึ่งชีวิตในปีปกตินี้ทำให้บรรยากาศรู้สึกเปิดกว้างและเปราะบาง

ประโยชน์ด้านท่องเที่ยวและการเยี่ยมชม

ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวที่มี "ภารกิจ" ชัดเจนในการมาเที่ยวอารามเหล่านี้ ลองมองจากมุมนี้:

วัดเบญจมบพิตรเหมาะสำหรับ:

  • การศึกษาทางศิลปะ—ถ้าคุณคิดว่าการท่องเที่ยวควรให้ความรู้
  • การเข้าร่วมงานประเพณี—ถ้าเกิดมีงานวัดที่อารามนี้
  • การถ่ายภาพอย่างจริงจัง—เพราะมีรายละเอียดที่น่าถ่ายแบบนับไม่ถ้วน
  • การรับรอง—ที่มีคนจำนวนกำหนด ไม่อกตัวกำหลัก

วัดธาตุเชิงชุมเหมาะสำหรับ:

  • การไตรตรวจและพลัดหนี—ถ้าคุณต้องการความสงบมากกว่า
  • การดำเนินขัดสนใจศิลปะฝีมือช่างเดิมๆ
  • การท่องเที่ยวแบบ "นั่งยมสายตา"—ไม่แบบวิ่งไปมา
  • การเยี่ยมชมพื้นที่ที่ยังเหลือ "อ้อยจืด" ของการศึกษาศาสนาเก่า

ลองรู้ว่าเลือกอะไรดี (และเมื่อไหร่)

หลังจากเปรียบเทียบทั้งหมดนี้ ให้คิดถึง ตัวเอง ชีวิต และสิ่งที่ตัวเองแสวงหา ในการท่องเที่ยว

เลือกวัดเบญจมบพิตร ถ้าคุณ:

  • มาครั้งแรกในร้อยเอ็ด และต้องการให้ได้สิ่งที่สมบูรณ์ของวัฒนธรรมไทย
  • หรือ... กำลังจำศรัทธาของตัวเองใหม่
  • หรือแม่กับเด็กมา และต้องการพื้นที่ที่ปลอดภัย มีเรื่องราวให้คุยกัน
  • ไม่มากของเวลา—2-3 ชั่วโมงก็พอ

เลือกวัดธาตุเชิงชุม ถ้าคุณ:

  • มีเวลาและชื่นชมการเดินช้าๆ
  • ชอบเบียดเบเสียงและภูมิทัศน์เรียบรร่ง
  • ต้องการเข้าใจศิลปะลาวไทยที่ลึกลับ
  • กำลังมองหาพื้นที่เขียนบันทึก หรือสมาธิคนเดียว

ทั้งสองที่นี้นอกจากมีคุณค่าทางศาสนาแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของคนบนดินแดนนี้ว่า เขาเคยประเมินความสำคัญของศิลปะและศาสนาอย่างไร คุณจะเข้าไปและฟังมันด้วยหัวใจ หรือเคล้าคลิ้งด้วยกล้อง ข้อนี้คือทางเลือก

ไม่ว่าจะเลือกที่ไหน คุณก็ได้พบกับส่วนหนึ่งของตัวตนจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ยังคงหยิบเก็บมรดกนั้นไว้ให้ลูกหลานและผู้เยี่ยมชมมากมายนับวันนี้

สมชาย ศรีรัตน์
สมชายเติบโตที่ร้อยเอ็ด ปัจจุบันทำงานและใช้ชีวิตในธนบุรี รักการเดินทางและถ่ายทอดเรื่องราวเมืองบ้านเกิดสู่คนเมือง